วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การปลูกแก่นตะวัน




แก่นตะวัน 
เป็นพืชที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี เพราะจะลงหัวได้ง่าย หากมีน้ำขังแฉะจะทำให้หัวเน่า การปลูกสามารถปลูกได้ในฤดูฝน ในพื้นที่ไร่เหมือนกับพืชไร่ทั่วไป การปลูกในฤดูแล้งต้องมีระบบน้ำชลประทาน เช่น การปลูกหลังเก็บเกี่ยวข้าวในนาดินร่วนทรายเขตชลประทาน การปลูกโดยใช้หัวปลูกต้องตัดหัวให้เป็นท่อน ๆ ยาวท่อนละประมาณ 2- 3 เซนติเมตร บ่มหัวที่หั่นแล้วในถังมีความชื้น  จะกระตุ้นให้เกิดต้นอ่อนบนหัวท่อนพันธุ์ แล้วจึงนำไปปลูก แก่นตะวันเป็นพืชล้มลุก เพาะปลูกในเขตร้อนได้ดี มีขนคล้ายหนามกระจายทั่วลำต้น และใบ จึงต้านทานต่อแมลงได้ดี ความสูงประมาณ 1.5 - 2.0 เมตร ลักษณะหัว คล้ายหัวของขิงหรือข่า และมีดอกคล้ายดอกบัวตอง

การนำแก่นตะวันมาใช้ประโยชน์
ใช้เป็นอาหารประเภทหลักผัก หัวสดมีรสชาติคล้ายแห้ว นำมาประกอบอาหารคาว หวาน ได้หลายชนิด หัวเป็นแหล่งสะสมของอินนูลิน (inulin) ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลฟลุ๊กโต้สทีต่อกันเป็นโมเลกุลยาว เมื่อเก็บหัวแก่นตะวันไว้ในห้องเย็นจะทำให้หัวแก่นตะวันมีความหวานมากขึ้น  “อินนูลิน” มีคุณสมบัติช่วยเจริญอาหาร กระตุ้นการหลั่งของน้ำดี ขับปัสสาวะ ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน ลดไขมันในเลือด ลดความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ สร้างภูมิคุ้มกันโรค อินนูลิน เป็นสารเยื่อไยอาหาร ไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก จึงอยู่ในระบบทางเดินอาหารเป็นเวลานาน ทำให้ไม่มีความรู้สึกหิว กินอาหารได้น้อยลงจึงช่วยลดความอ้วนได้ จึงนับว่าเป็นพืชอาหารเพื่อสุขภาพ

           

หัว ใช้เสริมในอาหารสัตว์ มีผลต่อการเจริญเติบโต ลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษในระบบทางเดินอาหาร สร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลดการใช้สารปฏิชีวนะและมูลสัตว์มีกลิ่นเหม็นน้อยลง จึงถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรในสัตว์

หัวใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตแอลกอฮอล์ ผลผลิตหัวสด 1 ตัน สามารถผลิต เอทานอลได้ 80-100 ลิตร นำไปผสมเบนซิน เพื่อผลิตแก๊ซโซฮอล์ จึงจัดเป็นพืชพลังงานทดแทน

แก่นตะวันจะมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 60 วัน และทั้งแปลงปลูกจะมีต้นออกดอกประมาณ 2 เดือน ดอกมีสีเหลืองคล้ายบัวตอง มีความสวยงามไม่แพ้ทุ่งบัวตอง  หรือทุ่งทานตะวันเลยทีเดียว จึงนับได้ว่าเป็นพืชเพื่อการท่องเที่ยวได้อีกชนิดหนึ่ง

ฤดูปลูกแก่นตะวัน
ปลูกได้ทุกฤดู ต้นฤดูหรือปลายฤดูฝนในพื้นที่ไร่ ควรมีการให้น้ำฝนทิ้งช่วง และในสภาพนาให้น้ำชลประทานในฤดูแล้ง ออกดอกเมื่ออายุประมาณ 60-65 วันหลังปลูก อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 100-140 วัน หรือสังเกตจากดอกร่วงเกือบหมด และลำต้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และต้นเริ่มแห้ง


พันธุ์แก่นตะวัน
หลังจากนำพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาปลูกทดสอบจำนวน 24 สายพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์ให้บริสุทธิ์ พบว่าสายพันธุ์ KKU Ac 008 ให้ผลผลิตหัวสดสูง 2-3 ตัน /ไร่ ทั้งการปลูกในฤดูฝนและฤดูแล้ง หัวใหญ่ มีแขนงน้อย รสชาติหวานเหมาะที่จะรับประทานหัวสด และอุตสาหกรรม จึงได้แนะนำพันธุ์นี้สำหรับเกษตรไทยใช้ปลูก โดยใช้ชื่อพันธุ์แก่นตะวันพันธุ์ใหม่นี้ว่า “พันธุ์แก่นตะวัน #1”

ขั้นตอนการเตรียมดินปลูกแก่นตะวัน
1. เริ่มจากการไถครั้ง แรกและทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เพื่อที่ตากดิน
2. ไถครั้งที่ 2 ซ้ำอีกครั้ง เพื่อพรวนดินให้ละเอียด
3. ไถครั้งที่ 3 เพื่อชักร่อง

ขั้นตอนการปลูกแก่น ตะวัน มี 2 วิธี ดังนี้
1. การปลูกโดยการหยอด
2. การปลูกโดยจากการ เพาะกล้า
1.1 วิธีการปลูกโดยการหยอดหัวพันธุ์
เมื่อ เตรียมหัวพันธุ์เสร็จแล้วนำหัวพันธุ์ไปคลุกกับยากันเชื้อราในอัตราตามที่ ระบุไว้ข้างขวดและทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ยากันเชื้อราซึมเข้าหัวพันธุ์และนำหัวพันธุ์ไปหยอดตามร่องที่ได้ เตรียมไว้ในระยะห่างระหว่างต้น  20 เซนติเมตร  หยอดลึกประมาณ  2 ข้อนิ้ว แล้วจึงกลบดินทำการรดน้ำให้ชุ่ม และต้องรดน้ำไปจนกว่าตาพันธุ์จะเริ่มมีการงอกหลังจากนั้นจึงให้น้ำวันเว้น วัน

1.2 วิธีการปลูกโดยการเพาะกล้า
วัสดุเพาะ
- แกลบเผา    100 %
- ถุงขนาด 3 * 4 นิ้ว หรืถาดเพาะ
-  ปูนแดง

ขั้นตอนการเพาะกล้าโดยถุงดำ
โดยตาพันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมที่จะงอกนำไปแช่หรือคลุกกับปูนแดงเพื่อฆ่าเชื้อ แล้วนำไปเพาะในกระบะเพาะชำหรือถุงที่เตรียมไว้และใช้แกลบเผากลบหัวพันธุ์หนา ประมาณ 1 เท่าของขนาดหัวพันธุ์ ภายใน 5 – 7 วัน ตาพันธุ์จะเริ่มงอก ทำการดูแลรักษาโดยการให้น้ำตามปกติจนต้นกล้ามีอายุ10 – 15  วันจึงย้ายต้นกล้าไปแปลงปลูก

ขั้นตอนการเพาะต้นกล้าโดยถาดเพาะ

1.นำหัวพันธุ์ที่เตรียมไว้ไปบ่มในความเย็นที่อุณหภูมิ 5 องศา เป็นเวลา 20 วัน เพื่อเร่งตาพันธุ์
2.จากนั้นนำหัวพันธุ์ที่บ่มแล้ว มาตัดแบ่งเป็นชิ้น โดย 1 ชิ้นให้มี 3 ตา ขึ้นไป
3.ก่อนเพาะควรแช่ยากันเชื้อราประมาณ 20 นาที พักให้แห้ง
4.เตรียมแกลบดำผสมดินถุงในอัตรา 5:1 ผสมให้เข้ากัน
5.ใช้ถาดเพาะขนาด 60 หลุม นำแกลบดินที่เตรียมไว้เทลงในถาดเพาะให้พอดีหลุม
6.นำชิ้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ ฝังลงในหลุมถาดเพาะให้ท่วมหัวพันธุ์
7.รดน้ำเช้า-เย็น
8.รอจนต้นกล้าอ่อนโตโดยให้มีขนาดความสูงของต้นประมาณ 5-10 ซม.


วิธีการปลูกแก่นตะวันและการดูแลรักษา
ตัดหัวแก่นตะวันเป็นชิ้นขนาดประมาณ ยาว 3-5 ซม. แล้วนำมาบ่มในแกลบดำชื้นเพื่อชักนำให้เกิดต้นอ่อน ประมาณ 1 สัปดาห์ นำต้นอ่อนมาปลูกให้ลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตร ระยะปลูก 50 x 50 เซนติเมตร ขณะปลูกดินควรมีความชื้นสูง  โดยดินที่เหมาะสม คือ ดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี
การกำจัดวัชพืชทำ 1-2 ครั้ง เมื่อต้นมีความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยวโดยใช้พลั่วขุด และถอนด้วยมือผลผลิตหัวสด ประมาณ 2-3 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูปลูก แหล่งปลูก และการจัดการผลิต


การให้น้ำ

การ ให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากในการปฏิบัติดูแลรักษา เพราะถ้าปล่อยให้ต้นแก่นตะวันขาดน้ำในช่วงแรกต้นแก่นตะวันจะโทรมแคระแกรนไม่ เจริญเติบโตและในที่สุดก็จะตาย โรคและแมลงเข้าทำลายได้ง่าย ระยะที่ปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำทุกวัน หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ต้นแก่นตะวันตั้งตัวได้แล้ว การให้น้ำควรให้น้ำวันเว้นวัน แต่เมื่อแก่นตะวันโตแล้วจะต้องควบคุมการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงการเจริญเติบโตและสภาพทั่วๆไป เช่นในระยะที่ออกดอกจะต้องการน้ำน้อยเพื่อให้มีช่วงการสะสมอาหารและควรลด ปริมาณน้ำจากปกติเพื่อจะช่วยให้ต้นแก่นตะวันและหัวแก่เร็วขึ้นวิธีการให้ อยู่กับความเหมาะสม เช่น ระบบน้ำหยด และการให้น้ำระบบสปริงเกอร์

การกำจัดวัชพืช
การกำจัดวัชพืชทำ 1-2 ครั้ง เมื่อต้นมีความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ควรใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25 กก./ไร่ การเก็บเกี่ยวโดยใช้พลั่วขุด และถอนด้วยมือผลผลิตหัวสด ประมาณ 2-3 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูปลูก แหล่งปลูก และการจัดการผลิต ควรมีการกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้วัชพืชขึ้นรก โดยใช้คนเข้าไปถางหญ้าตามร่องของต้นแก่นตะวันและให้มีการพรวนดินพร้อมไปในตัวด้วย ไม่นิยมใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชกับต้นแก่นตะวัน เพราะแก่นตะวันเป็นพืชที่มีระบบรากตื้นอาจจะได้รับอันตรายจากสารเคมีที่ใช้ กำจัดวัชพืช บางประเภทได้ และสารเคมีที่ใช้กำจัดวัชพืชอาจจะมีผลตกค้างไปถึงสัตว์ที่บริโภคหัวแก่นตะวัน

 โรคที่พบในแก่นตะวัน
1. โรครากเน่าโคนเน่า
ลักษณะอาการ โรคนี้เกิดจากเชื้อรา จะเกิดบริเวณโคนต้นใกล้ผิวดิน อาการเริ่มแรกหัวของแก่นตะวันจะเป็นจุดและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเน่า ใบจะเหลืองซีดร่วงหล่น กิ่งเริ่มแห้งและตายในที่สุด
1.1  การป้องกัน
โดยการกำจัดวัชพืช บริเวณโคนต้นให้สะอาด และการปลูกควรปลูกให้มีระยะที่เหมาะสม เพื่อให้แสงแดดส่องถึงโคนต้น อย่าให้น้ำขังบริเวณโคนต้นเป็นเวลานานๆ



2. แมลงศัตรูของแก่น ตะวัน
2.1  เพลี้ยอ่อน
ทั้งตัวอ่อนและตัว เต็มวัยสามารถเข้าทำลายแก่นตะวัน โดยการดูดกินน้ำเลี้ยงยอดอ่อนและใบเมื่อเริ่มผลออกมาใหม่ ทำให้ใบหงิกงอไม่เจริญเติบโต จะพบระบาดมากเมื่อฝนทิ้งช่วงโดยมีมดเป็นพาหนะในการแพร่กระจาย
การเก็บเกี่ยว
การเก็บผลผลิตของ แก่นตะวันจะเริ่มเก็บได้เมื่อหัวมีอายุประมาณ 4 – 5  เดือน นับจากปลูก การเก็บเกี่ยวใช้วิธีการขุด

การปฏิบัติหลังการ เก็บเกี่ยว
หลังจากการขุดแล้วนำ มาทำความสะอาดโดยการล้างน้ำให้สะอาดและคัดขนาดของหัวใหญ่และเล็ก เสร็จแล้วนำไปผึ่งลมให้แห้ง ก็นำหัวยาไปบรรจุถุง เพื่อเก็บรักษาไว้เป็นหัวพันธุ์ต่อไป ซึ่งวิธีการเก็บก็สามารถทำได้โดยการเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 4 – 10  องศา
การปลูกใน ฤดูฝนต้องใช้ระยะปลูกห่าง ประมาณ 70 x 50 เซ็นติเมตร แต่ฤดูแล้งอาจ จะใช้ระยะปลูกแคบขึ้น เนื่องจากจะมีการเจริญเติบโตน้อยกว่าฤดูฝน 50 x 30 เซนติเมตร
การปลูกจากหัวที่มีต้นอ่อน ดินต้องมีความชื้นดีมาก หลังปลูกดายหญ้ากำจัดวัชพืช 1-2 ครั้ง ตามความจำเป็น
การใส่ปุ๋ย 
ใส่ปุ๋ยพืชไร่ สูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อมีอายุ 20-30 วันหลังปลูก ปัจจุบันยังไม่พบโรค และแมลงที่สำคัญของพืชนี้ พืชนี้จะ ออกดอกสีเหลืองอร่ามเต็มทุ่งจนอาจขนานนามว่า  “ทุ่งแก่นตะวันบาน” นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีไม่แพ้ทุ่งทานตะวันเลยทีเดียวแต่การ ปลูกในฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม อาจไม่มีดอกถ้าปลูกในฤดูฝน พืชนี้จะเก็บเกี่ยวหัวเมื่ออายุประมาณ120-140 วันและสำหรับการปลูกใน ฤดูแล้งเก็บเกี่ยวผลผลิตที่อายุ100-110 วันโดยสังเกตพบว่า หัวขยายเต็มที่ ใช้วิธีขุด หรือถอนเก็บเกี่ยวหัว เพื่อการนำไปใช้ ประโยชน์ต่อไปมีศักยภาพในการให้ผลผลิต สูงโดยพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุด ให้ผลผลิต 2.5-2.8 ตันต่อไร่ ใช้เวลาปลูกเพียง 4 เดือนหากเปรียบเทียบ กับมันสำปะหลังที่ให้ผลผลิตระดับเท่านี้ต้องให้เวลาการผลิต 10-12 เดือนแก่น ตะวันนับว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของไทย ที่มีโอกาสพัฒนาไปเป็นพืชทางเลือกเป็นการค้าหรืออุตสาหกรรมในอนาคต

ถึงแม้ว่าพืชแก่นตะวันไม่ใช่พืชพื้นเมืองของประเทศไทย แต่ว่าเรานำเอาเข้ามาพัฒนาด้วยการศึกษาวิจัย ให้ผลผลิตแล้ว ก็มาพัฒนาเรื่องพันธุ์ของไทย เพื่อที่จะแนะนำเกษตรกรให้ปลูก สำหรับพืชนี้เป็นพืชที่อยู่ในเขตหนาวแต่ว่าเรานำเข้ามาแล้วทดสอบดูแล้วปรากฏ ว่ามีการปรับตัวได้ดีในเขตร้อน มีอายุสั้น ประมาณ 120 วัน ให้ผลผลิตสูงประมาณ 2 ถึง 3 ตัน ต่อไร่ เป็นพืชหัว เราสามารถนำเอาหัวมาใช้ประโยชน์ เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์  จัดว่าเป็นพืชสมุนไพร ทำอาหารได้หลากหลาย เช่น บริโภคสด  ทำเป็นอาหารคาว หวาน เพราะว่าในหัวมีสารสำคัญเรียกว่า อินโนริน เมื่อคนบริโภคเข้าไป จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้นโดยเฉพาะมีแบคทีเรียที่อยู่ในระบบลำ ไส้ที่มีประโยชน์ จะเจริญเติบโตดี เช่น แลคโตบาซิลัส ในขณะเดียวกันก็ทำให้แบคทีเรียตัวที่ก่อโรคมีการเจริญเติบโตต่ำ 


แก่นตะวัน ไม้ดอกประดับบ้าน พืชอาหารสมุนไพร
แก่นตะวันมีดอกบานเมื่ออายุประมาณ 2 เดือน และมีดอกทยอยบานอยู่ประมาณ 2 เดือน จึงเหมาะปลูกเป็นไม้กระถาง หรือแปลงปลูกในบ้านเพื่อใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับบ้านเรือนให้สวยงาม เมื่อต้นเริ่มแก่เก็บเกี่ยวล้างทำความสะอาดหัว ใส่ถุงพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็น สำหรับใช้รับประทานเพื่อสุขภาพ สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้นาน 6-8 เดือน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น